posted on 10 Dec 2009 11:31 by taizuke
อรัมภบทกันไปยาวเหยียด จนบางคนอ่านอาจจะหลับคาจอคอมได้ (แนะนำให้อ่านก่อนนอน) ก็เรื่องเดิมๆ คุ้นๆ ชินๆ
ยังไงก็แล้วแต่ หลังจากวงจรชีวิตผ่านไป เราก็คงต้องจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ(ถึงบางคนจะเชื่อว่ากลับมาได้ แต่ก็ไม่ใช่ในบุคคลคนเดิม) แต่เรายังคงไม่เข้าใจจุดประสงค์องการเกิดของเราเลย
ฤา พระเจ้า (บางคนอาจจะเชื่อว่าเป็น The Great Soul หรือต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละบุคคล)จะให้เราเกิดมาเพียงเพื่อมาผลาญทรัพยากรโลกเท่านั้นเองหรือ หรือว่าชีวิตหลังความตายของเราจะวัดเกรดจากคะแนนสะสมตามจำนวนเงินที่เราทำได้ก่อนตายหรือป่าว หรือว่าชีวิตหลังความตายไม่มีอยู่จริง เวรกรรมก็ไม่มีจริง มีแต่ปัจจุบัน จะดี จะชั่ว ขึ้นอยู่กับ "ตัวเรา" เท่านั้น
ผมว่าเราเองคงไม่อาจจะไม่ต้องไปคิดมากกับเรื่องนี้ เพราะว่ามันคงฉลาดกว่าเรา(แล้วผมจะไปพูดถึงทำไมเนี่ย) ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น แต่เราสามารถกะเกณฑ์ทุกอย่าง ประเมินทุกอย่าง สร้างบรรทัดฐานเองทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้
เราวัดมูลค่าของสิ่งของที่เราจับต้องได้ โดยสามารถบอกมูลค่าของสิ่งเหล่านั้นได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นราคาตลาด หรือวัดจากต้นทุนก็แล้วแต่ โดยที่เราลืมประเมินราคาค่าเสียโอกาส หรือค่าบุกรุกถิ่นที่อยู่ของสัตว์ต่างๆ หรือค่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลงไปในราคานั้นๆ เสียทุกที
เชื่อมั๊ยครับ ถ้าข้างๆ หมู่บ้านที่เราอยู่เคยเป็นสวน และกำลังก่อสร้างอยู่ ไม่บ้านใครก็ใครในหมู่บ้านเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญเป็นตัวเงิน ตัวทอง มาเยี่ยม จนเล่นเอาบ้านนั้นรวยไปเลยก็เป็นไปได้
อีกทั้งเรายังไม่สามารถประเมินความดีเป็นเงิน เป็นราคาใดๆ ได้ จนคุณครูชอบมาบ่นว่า เป็นคนดีไม่เห็นจะรวยเลย (ก็แหงหล่ะ เพราะครูไม่สามารถประเมินความดีออกมาเป็นเงินได้นี่ครับ แล้วคุณครูจะรวยได้ไง) แต่ไม่ได้หมายความว่าความดีไม่มีคุณค่า ความดีเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการ เพียงแค่มนุษย์เราไม่ฉลาดพอที่จะประเมินเรื่องพวกนี้เป็นมูลค่าได้
เคยดูเรื่อง Spiderman กันมั๊ยครับ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ร่างองค์ของ Super Hero ชุดรัดรูป ยังต้องทนทุกข์ต่อระบบเศรษฐกิจที่ไม่สามารถประเมินการกระทำของเค้าได้เลย ลองคิดดูสิครับ ถ้าปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เดินเข้าไปในธนาคาร พร้อมด้วยชุดแมงมุมรัดรูปไปขอนายธนาคารกู้เงินจากการช่วยโลกของเค้า นายธนาคารจะตอบว่าอย่างไร...
ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เราทำทุกวันนี้ไม่ถูกต้องนะครับ การเรียนรู้ การศึกษา ย่อมมีการพัฒนา ซึ่งนั่นคือความหวัง เพียงแต่ในเมื่อวันนี้เรายังประเมินค่าความดีของเราไม่ได้ เรายังประเมินมูลค่าของตัวเราเองยังไม่ได้ มันก็ยิ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายในการดำรงค์ความเป็นตัวตนของเราต่อไป โดยที่ไม่มีการเซ็นสัญญาการทำความดีต่อโลกใบนี้ใดๆ มีเพียงเส้นขั้นบางๆ ในตำนานที่เราเรียกกันว่า จิตสำนึกเท่านั้น ที่เราสามารถยึดถือปฏบัติได้
ตราบเท่าที่โลกนี้ยังไม่สามารถวัดมูลค่าของความดีได้ ตราบเท่าที่ วิชา ใช้ชีวิต ยังไม่ได้บรรจุลงไปในหลักสูตร .... เราคงต้องหลับตา แล้วใช้ใจเราวัดกันต่อไปครับ
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีๆ ทุกคนครับ
edit @ 10 Dec 2009 13:49:51 by taizuke
posted on 10 Dec 2009 11:03 by taizuke
ตั้งแต่เกิดจนโตผ่านมาหลายฝนจนป่านนี้ ผมเห็นแต่วงจรชีวิตเดิมๆ ของคนในปัจจุบันจนชาชินไปหมด แต่ไร้ซึ่งคำตอบที่ว่า นี่หรือคือจุดประสงค์ของชีวิต...
เด็กเกิดมาก็ค่อยๆเริ่มคลาน หัดพูด หัดซน หัดกิน ต่างๆ นาๆ ... อยากนอนก็นอน อยากกินก็กิน โดยที่พ่อแม่เราทุกคนต่างยินดีที่จะตามใจอย่างไร้ข้อสงสัย
พออายุได้สองขวบนิดๆ ชีวิตเริ่มเปลี่ยนแปลง ... จากที่ตื่นกี่โมงก็ได้ ต้องมาตื่นตั้งแต่ตีห้า ขี้ตาโปะหนาจนนึกว่าตาบอดไปชั่วขณะ รถโรงเรียนเตรียมอนุบาลมาจอดรอรับหน้าบ้านตั้งแต่หกโมง โดยต้องเข้าใจว่าคุณพ่อกับคุณแม่ทำงานอยู่คนละทางกับที่จะไปโรงเรียนจึงไปส่งไม่ได้ โดยมีครูนกใจดี กับพี่อ๊อดคนขับรถมารอรับ
พอไปถึงโรงเรียน วิชาสังคมมนุษย์ก็พยายามสั่งสอนยัดเยียดอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ยืนเคารพธงชาติพร้อมกัน เรียนพร้อมๆ กัน อ่านก.ไก่ พร้อมกัน กินอาหารพร้อมกัน และนอนพร้อมๆกัน
พอเรียนมาจนจบการศึกษา ความรู้วิชา และอวิชาเพิ่มพูนมากพอ ก็ต้องนำความรู้นั้นไปตอบสนองตลาดแรงงาน เนื่องจากเราจำเป็นจะต้องทำงาน เพื่อแลกเงินเดือน ดั่งเช่นคำหอมของ จอมพล ป. ที่ว่า "งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข" โดยที่ไม่เคยรู้จักจริงๆ เลยว่า อะไรคือ "สุข"
ทำงานไปสักพัก เงินเริ่มเยอะ เริ่มมีเงินเก็บ เริ่มมีรถ มีบ้าน หรือบางคนอาจจะมีครอบครัว ซึ่งอะไรประมาณนี้เราเรียกกันว่ามั่นคง หรือบางทีอาจจะมั่งคั่งกันเลยทีเดียว
หลังจากมีครอบครัว เราก็มีลูก และก็อยากให้ลูกเรามีการศึกษาที่ดี ไม่ต้องมาอดทนเป็นมนุษย์เงินเดือน สายพันธุ์ดั่งเดิมอีกต่อไป โดยหวังว่าถ้าการศึกษาดี จากสถาบันที่ดีเค้ามักจะมีใบเบิกทางดีๆ ให้ลูกเราก้าวข้ามเป็นมนุษย์เงินเดือน สายพันธุ์ทีอัพเกรดขึ้น ฉะนั้นเมื่อลูกเราสองขวบแล้ว....
"ครูนกรออยู่หน้าบ้านแล้ว รีบไปเถอะลูก แล้วตั้งใจเรียนด้วยนะ ถ้ารักแม่ก็ตั้งใจเรียนนะลูก(คำขู่ หรือคำขอดีครับ) จุ๊บๆ นะจ๊ะ แล้วเด๋วตอนเย็นเจอกันจ๊ะ"
edit @ 10 Dec 2009 13:44:08 by taizuke
posted on 20 Jun 2009 23:51 by taizuke
มุม(Corner) จะครบวงกลมได้ย่อมต้องมี 360องศา .... เมื่อมีมุมหนึ่ง ย่อมต้องมีอีกมุมหนึ่งซึ่งเป็นภาพที่เราไม่อาจจะสัมผัส
เหมือนกับ มุมมองที่มักจะถูกขวางกั้นด้วยขอบเขตในการรับรู้(Scope) ที่จำกัดจำเขียดของมนุษย์อย่างเราๆกันล่ะ...
ฤานี่จะเป็นโจทย์ทางความคิดที่พระเจ้าสร้างโลกและมนุษย์ให้มีข้อจำกัดให้เราแก้กันละเนี่ย ...?
ผมเองก็มีมุมมองในการรับรู้ที่จำกัดไม่ต่างจากปุฐุชนคนธรรมดา แต่ผมมีความเชื่อว่า "เมื่อเราแลกเปลี่ยนมุมมองกันผ่านการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นการพูด การมอง หรือการอ่าน(หรือก็คือกริยาที่คุณกำลังทำอยู่นี่แหล่ะครับ) เราจะก้าวข้ามขอบเขตนี้ไปได้ ยิ่งประกอบกับความสามัคคีและการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ ย่อมไม่มีอะไรยากเกินที่เราจะรับรู้ครับ"
เรื่องต่างๆ ที่ผมจะเขียนก็มาจากมุมมองอันจำกัดของผม ไม่ว่าผมจะคิด จะทำอะไร กรุณาเข้าใจว่านี่คือความคิดเห็นนะครับ ไม่ใช่การฟันธง ไม่ได้ล่อเป้า เพราะจะด้วยอารมณ์การมีส่วนร่วมอันแรงกล้า หรือจากอะไรก็แล้วแต่ ก็ถือว่าเราจะเว้นช่องความคิดเห็นนี้ไว้ซึ่งกันและกันนะครับ
ขอขอบคุณที่แวะผ่านมานะครับ .... ยินดีที่ได้รู้จักครับ
ไต๋สุเกะ
edit @ 21 Jun 2009 00:09:39 by taizuke
edit @ 21 Jun 2009 22:41:57 by taizuke
edit @ 21 Jun 2009 22:52:42 by taizuke